| Ke's profileSmall Is BeautifulPhotosBlogLists | Help |
|
November 01 Move oni haven't updated my space for 3 weeks!
coz i 've been busy with final exam!
and i think my exam result won't be good enough!
and now after exam ... it's time to think about life
for me now , i think it's time to move on!
i can't stuck with the past memories anymore
actually it's been hurting me a lot!...until now!
and love is still something that i can't understand!
i've always got some questions on my mind...
do u love me?
do i love u?
why our dream turn out to be like this?
but how can we know that??
i 've been trying to get rid of those kind of questions
but it's really hard!
but now..i'll try again!
October 12 Life is oklife is ok..!
today i got ec 476 presentation...which was not bad..eiei
now i'm using facebook
u guys can join me na!
October 06 Bangkok Nitetoday i had dinner with Juh at Lunta Pizza ..on Phra Arthid Rd.
we both ate not much....just pizza and lasagne.
but we แทบอ้วก...ha ha!
so we decided to take a walk at Khao San Rd.
and we found one lovely english book shop...
but as u know english books r so expensive...it's hard for us to afford it.
so, we walked around and said thank you to the shopkeeper before leaving.
we walked along the road....
and then we saw Groove Rider played the mini concert...wow!
it was lucky to see favorite band!
and Burin's so cute and handsome!!
though i've got loads of work to do,but i'm still happy...ha ha
October 04 I'm so happy!today i went to the AF4 concert for the new album at Siam paragon with Meow , Eaem and Oak...
there were crowded with AF4 fan club...so it was hard for us to see them
and i'm happy though i could see Tee for 3 seconds..555...just kidding!ha ha
today i came back home early , then i went to Chula hospital with mon and dad
coz my dad has to ฉายแสง there
but i'm happy that my dad is still strong...and my mom is happy
and after dinner..we went to Baskin ...to have some ice-cream
i'm glad that mom and dad enjoyed eating !
so,now i'm happy ...though i got loads of work to do before my final exam!
wish everyone be happy same as me na ja!
ps.i must use some thai words...coz i really don't know how to say it
i'm so sorry with that...
there's ....don't think what made ur dream turn out to be like this
.....just let it be ....let life goes on
there's nothing left to say! September 27 I wanna practise english skillFrom now on , i'll try to write everything on my space in English....as possible as i can
yesterday i had English free test at Wall Street Silom..
the test had 3 parts which began with Grammar test and followed by listening test.
if we pass those parts..we'll have chance to do reading test!
and i've done all 3 parts
Listening test was hard for me coz there were many speakers and they got different accent such as American,
english, indian and south african. The officer there told me if we want to be effective in using english..we got to understand all the accents
wow....when will i be like that ??eiei
i've been practicing english since i was in hgh school.but i think the method which i've been using r just to absorb everything
in English. i've been trying to listen English from TV,DVD and Radio and reading all things in english.i 've thought
that my listening and reading skill r good...but now i think it's not good enough.
anyway though my listening nad reading skill are not good enough...but i think that it's still better than speaking and writing skill
seem like i have so many problems? hah?
but that's all really my problems
as i've just say that listening and reading are just the method to absorb English.
the more important thing is that we've to use it fluently!
i wanna be good at speaking ...but when i wanna say something i've to use few times to think about the words ,grammar and accent
which obstruct the way to communicate! but how can i talk like a native speaker???
also at writing ....got the same problem just like writing!!!
The methods which Wall Street presented to me were good...they want us to talk as natural as possible!
it's good that we'll have chance to use english with natives especially speaking and writing!
but the problem is budget...the price is so high for me..i don't wanna bother my parents!
so,i think that will be another way to be better....
so,i'll try to write and speak more in English....though i'm not sure that it'll be effective in long run....but it's better than we do
nothing...and most important is saving money.....am i right?
if u guys read until now...plz don't get bored....that's my problem and i know some of us also got these kind of problem!!
so now i'll talk about the situation in Myanmar.....
Today's been around 10th days of protests againsat the military government.
they killed 8 protesters ,some of them were monks
and killed the Japanese reporter.
The beginning point of the demonstration was that the government has risen up the cost of fuel energy
but now i think the point is changing to some kind of getting democracy
but why the government had to kill those people??
what do they want?
i've watched the CNNs once and they talked about the new city in Myanmar which would be replaced Ranggoong but i'm not sure
what name is.
that new city got so many luxurious houses which built for the military class! while people who live around there, some of them earn
less than $1 a day....
though CNNs is American channel...US which is against Myanmar but i still think that this kind of thing could happen there.
as you can see ,now there r so many Burmese evacuate from their courntry to other country.
that's all for today
tomorrow i'll have EC 476 quiz...so it's time for me to prepare for that
September 18 ไม่มีอะไรไม่มีอะไร อยากจะอัพสเปซเฉย ๆ
วันก่อนโมโหสุด ๆ...อยากจะด่าคนเหลือเกิน ไม่คิดว่าจะลืมกันง่ายขนาดนี้
หลังจากโมโหเสร็จ ก็แผ่เมตตาให้เรียบร้อย...เหอ ๆ กลัวโมโหจนเป็นมะเร็งว่ะ
วันนี้ไป X-ray ฟันคุด...เหอ ๆ เจอ 2 ซี่ ขวางเลย
แล้วก็ไป สมัคร Fast English คอร์ส Grammar...
ไม่มีอะไรแล้ว....ขอให้ทุกคนโชคดี
September 09 กลับมาแล้วหลังจากไม่ได้อัพสเปซมาหลายอาทิตย์ ก็มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นกับชีวิตเรา ก็มีทั้งเรื่องดี เกือบดี และเรื่องแย่ เกือบแย่สลับไปมา
เริ่มจากช่วงปลายเดือนที่แล้ว ไป trip กับวิชา ec 476 ไปที่โครงการศึกษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบุรี
และเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด จ.ประจวบ อะ ดูเป็นทางการมะ
วันแรก ก็ออกบ้านตั้งแต่ หกโมงเช้า เพื่อไปขึ้นรถที่ท่าพระจันทร์อะ
trip นี้ ไม่มีเพื่อน ๆ ดักแด้ไปด้วยเลย ตรูอยากไป ก็เลยไปคนเดียว
ประมาณว่าเปลี่ยว..อิอิ แต่ก็เหงาจิงว่ะ
แล้วตรู ก็สามารถแฝงตัวไปกับเพื่อน ๆ หลาย ๆ กลุ่ม
โดยที่เพื่อน ๆ ทั้งหลาย ไม่รู้ว่า นังคนนี้ แอบมาแย่งกินและแย่งที่นอน...555
ก็ไปประจวบคราวนี้ ไปล่องเรือชมป่าชายเลน บริเวณคลองเขาแดง สวยมาก ๆ
เค้าบอกว่า เป็นกุ้ยหลินของเมืองไทย ถ้าไง ก็ลองเข้าไปดูรูปนะ เอามาลงไว้แล้ว
คือ เราไปประจวบมาหลายที แต่เราไม่คิดว่า จะมีอะไรที่สวยขนาดนี้อะ
ประทับใจมาก ๆ
แล้วก็ยังได้ไปปีนเขา ซึ่งสูง 725 เมตร อะ ชันและลื่นมาก
ขึ้นไปเรื่อย ๆ ขึ้นไปเท่าไหร่ก็ยังไม่ถึงซักที
ยิ่งตอนกำลังจะลงเนี่ยสิ
ฝนตกครับท่าน...เมฆดำเข้าปกคลุม.. เหอ ๆ
ทางลงก็กลางป่าดีดีนี่เอง มีต้นกระบองเพชรเต็มไปหมดอะ
แต่ก็ต้องพยายามหลบหลีก เดินอย่างระมัดระวัง
เพราะฝนตก ก็ลื่นมากขึ้น อะ
แต่ถึงแม้จะลำบาก จะเหนี่อยขนาดไหน แต่เราว่า มันสนุกมาก ๆ
เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีครั้งหนึ่งเลยล่ะ
ตื่นเช้าอีกวันนึง
เราก็ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกะเพื่อน ๆ
สวยมาก ลองไปดูรูปกันได้
ประมาณสาย ๆ ก็ไปบึงบัว ซึ่งเป็นแหล่งนิเวศวิทยาที่สมบูรณ์แหล่งหนึ่ง
ไปดูนก แต่เรารู้สึกว่า จะไม่เห็นนกว่ะ
แล้วก็ไป โครงการศึกษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย ไปดูวิธิบำบัดน้ำเสีย โดยอาศัยวิธีธรรมชาติเพื่อช่วยเหลือธรรมชาติ
ที่เราประทับใจ ก็คงเป็นการใช้หญ้า ในการบำบัดน้ำเสียอะ
เรียกว่าเป็น trip ที่สนุก ได้ความรู้ และประสบการณ์ที่ดี trip นึงเลย
กลับถึงบ้าน ....และวันต่อมา
พ่อเราก็มา กทม. เพื่อมาผ่าตัดเนื้องอกในต่อมน้ำลาย
ไม่มีใครอยากบอกรายละเอียดอะไรกับเรามาก...
จนวันหนึ่ง เราก็รู้ว่า จิง ๆ แล้วพ่อเราเป็นมะเร็งที่ต่อมน้ำลาย ซึ่งได้ลามไปถึงต่อมน้ำเหลืองแล้ว
ตอนรู้แรก ๆ ก็งง ๆ แต่อีก 2 วิ ก็ตั้งสติได้
ก็เห็นทุกคนเข้มแข็ง เราก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกัน
วันนี้ เพิ่งกลับมานอนบ้าน หลังจากไปนอนที่โรงพยาบาล กับพ่อและแม่มา 16 คืน
แต่พ่อก็กำลังใจดีมาก ไม่เครียดเลย และปล่อยวาง
เห็นแบบนี้ คนรอบข้างก็มีกำลังใจมากขึ้นไปด้วย
สู้เว้ย...ตรูไม่กลัว
และวันพฤหัสที่ผ่านมา ก็เป็นวันรับปริญญาที่ธรรมศาสตร์
ก็ขอแสดงความยินดี กับพี่ ๆ ทุกคนนะคะ
ขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและแวะมาเยี่ยมเยียนกันบ้างนะ
และตอนนี้ อะไรบางอย่างกำลังเริ่มต้น August 07 แปลงร่างเป็นเป็ด วันก่อนไปเต้นแอโรบิคที่สวนลุม หลังจากที่ไม่ได้เต้นมานาน
ตื่นเช้ามา ก็ปวดไปทั้งตัว
เวลาเดินเนี่ย...เหมือนเป็ดมาก ๆ
และวันนี้ก็ดันมาปวดท้องอีก....เหอ ๆ
แต่ก็ยังเที่ยวสำเพ็งได้ 555
享受单纯的渴望- - Enjoy the simple desire
ปล.อัพรูปแล้ว
August 06 เพลงเพลงที่กำลังฟังอยู่นี่ เพราะดีอะ
แต่แปลไม่ออกว่ะ 555
当我睁开双眼 选择自己的方式生活 享受单纯的渴望 我要的是 站在海天交界的地平线 呼吸清澈透明的蓝 我在倾听心跳的声音 让它成为联系世界的语言 我要的是每个人 回到纯真的童年 细数天上的星星 下雨的街头 和擦身而过的陌生人 随着音乐一起跳舞 我要的是 你和我的梦想能实现 我真的要 爱回来了 跨越边界人们的脸 恢复单纯(天真) 原始纯洁梦能(去) 建筑新的乐园 尽情的笑放肆的哭 没有虚伪 天涯的尽头寻找生命节奏 沉默的雾围绕着我告诉我 一个人怎能融化出温柔 伸出只手握住永久 August 04 เลือดละเลงหิมะถ้าหากเชื่อมั่นในฝีมือและไหวพริบของตนเองมากจนเกินไป ...จนคิดที่จะคว้าพระจันทร์บนผิวน้ำได้
ผลที่ได้อาจเป็นการจมน้ำตายก็เป็นได้
เลือดละเลงหิมะ : มูซาชิ July 31 โปร่ง โล่ง สบายวันนี้ มีความสุขแบบธรรมดา แต่อบอุ่นดี
ไปทำบุญที่วัดระฆังกับคุณอา คุณพี่ ๆ และคุณหลาน
แล้วก็พาไปทัวร์รอบ ๆ ธรรมศาสตร์
สุดท้ายก็ได้ของกินติดไม้ติดมือกลับมา
ตกเย็น ก็ไปเดินเล่นที่สวนลุม
ไปสูดอากาศที่อาจจะเรียกได้ว่า ดีที่สุดใน กรุงเทพมหานคร มั้ง?
แต่ก็อย่างที่บอกไป รู้สึก โปร่ง โล่ง สบาย....และมีความสุข..อิอิ July 17 วิกฤต ec 481อ่านแล้วก็งง ๆ
quiz ก็ท่าทางจะแย่
แต่ก็จะอ่านต่อไป
ขอเป็นกำลังใจให้ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ทุกคนที่สอบวิชานี้เหมือนกัน อิอิ July 16 ค่ายตามรอยอาจารย์ป๋วยวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. 50 ที่ผ่านมา กว่า 80 ชีวิต ของพี่ ๆ น้อง ๆ และเพื่อน ๆ คณะเศรษฐศาสตร์ ได้รวมตัวกันเพื่อเดินทางออกตามรอยอาจารย์ป๋วย เพื่อไปยัง มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จ.ชัยนาท โดยมีอ.ดวงมณี กับ อ.พี่ชล ไปกับพวกเราด้วย
สิ่งที่ประทับใจในค่ายนี้ คือการออกไปยังพื้นที่ชุมชนวัดวังน้ำขาว และได้ไปพบกับวิทยากรอาวุโส คือ ลุงอางค์ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความคุ้นเคยกับอาจารย์ป๋วย
ลุงอางค์ได้ชี้ให้พวกเราเห็นจุดของการโดดร่มลงมาของอ.ป๋วย ซึ่งเป็นหนึ่งในเสรีไทยในขณะนั้น โดยจุดของการกระโดด เป็นบริเวณทุ่งนา
จากนั้นพวกเรา ก็ไปยังวัดวังน้ำขาว ซึ่งมีอนุสรณ์สถานของ อ.ป๋วย
ภายในนั้น เราพบร่มชูชีพ ที่อ.ป๋วย ใช้โดดลงมา และมีเสาที่อ.ป๋วยเคยถูกล่ามไว้ แล้วก็มีการพูดคุย แลกเปลี่ยนกับผู้อาวุโสที่มีความคุ้นเคยกับอาจารย์ป๋วย
โดยที่แห่งแรกที่เราไป เป็นสวนส้มโอ ของลุงทิน ลุงทินจบการศึกษาทางด้านพืชศาสตร์ ภายหลังจบการศึกษา ลุงเลือกเส้นทางชีวิตด้วยการเป็นเกษตรกร ชีวิตของลุงผ่านเส้นทางที่ล้มลุกคลุกคลาน จนถึงทุกวันนี้ ลุงทินก็ยังกล่าวว่า ตัวเองยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังคงต้องพยายามที่จะอยู่รอดให้ได้ ด้วยอาชีพเกษตรกรรมที่ไม่แน่นอน
จากนั้น เราก็กล่าวลาลุงทิน แล้วเดินต่อไปยังบ้านป้าเสนาะ ซึ่งเป็นศูนย์การทำจักสานผักตบชวา ป้าเสนาะ เล่าให้พวกเราฟังว่า โดยปกติแล้ว อาชีพหลักของคนบ้านกล้วยจะทำนา แต่ต่อมา เมื่อมีการเรียนรู้ทำเครื่องจักสาน หลังจากว่างงานจากการทำนา ชาวบ้านก็จะหันมาทำเครื่องจักสาน มีการส่งออกไปยังตลาดท้องถิ่นและตลาดภายในประเทศ ซึ่งช่วยให้เกิดการสร้างรายได้ให้มากขึ้นในชุมชน
ต่อมาเราก็ได้ไปแลกเปลี่ยนข้อมูลทั่วไปของชุมชนที่ วัดห่อทองคำ โดยมีเจ้าอาวาสวัดห่อทองคำ เจ้าหน้าที่ อบต และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มาร่วมเป็นวิทยากร การแลกเปลี่ยนข้อมูลจะเป็นไปในลักษณะ ของการใหห้นักศึกษาซักถาม เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ได้ทำให้เราเข้าวิถีชีวิตของคนในชุมชนมากขึ้น
หลังจากนั้น เราก็เดินต่อไปยัง บ้านลุงมะโหนก เส้นทางระหว่างการเดินทางไปยังบ้านลุงมะโหนกนั้น ผ่านทุ่งนาเขียวขจี เป็นชนบทที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ พอถึงบ้านลุงมะโหนก สิ่งแรกที่เราประทับใจ คือ ชื่อบ้าน "ครอบครังอบอุ่น" ลุงมะโหนกได้เล่าชีวิตของตนที่ดำเนินตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง มีการปลูกข้าว เลี้ยงปลา ปลูกผลไม้ ใช้ชีวิตโดยการพึ่งตนเอง มีคนถามลุงมะโหนกว่า "ถ้าราคาสินค้าเกษตรเกิดตกต่ำ ลุงมะโหนกจะอยู่ได้หรือไม่ " ลุงมะโหนกตอบว่า " ไม่ลำบาก เราก็สามารถใช้ของเราที่ปลูกกินได้ ใช้ได้" ทั้งแววตาและคำพูดของลุงมะโหนก ดูมีความสุขกับการใช้ชีวิตพอเพียง และยังทิ้งท้าย ด้วยการฝากความหวังประเทศชาติไว้กับพวกเรา ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นระดับ "ปัญญาชน"
และบ้านหลังสุดท้ายที่เราไป คือบ้านลุงย่อน ซึ่งอยู่ใกล้มูลนิธิ ลุงย่อนได้พาพวกเราไปดูบ่อปลาสวายที่เลี้ยงไว้ ตัวใหญ่มาก และยังสอนหลักของการปลูกต้นไม้ที่ถูกต้อง แววตาของลุงดูมีความสุขที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวให้พวกเราฟัง
การไปค่ายคราวนี้ ถึงแม้เราไปเป็น staff ค่าย แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้เรียนรู้วิถีชีวิตจากการออกพื้นที่ไปพร้อม ๆ กัน และส่งท้าย อยากจะบอกว่า หากค่ายนี้ มีปัญหาอะไร ไม่ชอบตรงไหน ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย มา comment แลกเปลี่ยนกันได้ เพื่อการปรับปรุงค่ายในรุ่นต่อ ๆ ไปนะ
July 13 ในโลกหลายใบเดียวอนุชเช แอนซาริ (Anousheh Ansari) นักธุรกิจสาวชาวอเมริกัน เชื้อสายอิหร่าน ซื้อตำแหน่งทางประวัติศาสตร์ให้กับตัวเอง เมื่อเธอได้เป็นราษฎรหญิงคนแรกของโลก (และเป็นราษฎรหญิงเชื้อสายอิหร่านคนแรก) ที่ขึ้นไป “เที่ยว” อวกาศ เมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2006 ภายใต้การจัดการของบริษัท “ทัวร์อวกาศ” ชื่อ Space Adventures แอนซาริใช้เวลาแปดวันอยู่บนสถานีอวกาศ ISS (International Space Station) ประสบการณ์แบบ “หลุดโลก” ที่คนส่วนใหญ่ไม่มีทางได้สัมผัส ทำให้แอนซาริมี “มุมมองใหม่” เกี่ยวกับชีวิตอย่างแท้จริง การเห็นโลกทั้งใบจากระยะไกล ได้มองชั้นบรรยากาศ (ที่คนเดินดินอย่างเราๆเรียกว่าท้องฟ้า หรือ “สวรรค์”) จากอีกฟากฝั่ง ทำให้เธอตระหนักว่า “บ้าน” ของเรามีเพียงหนึ่งหลัง “คุณเห็นโลกใบเดียว เห็นว่าเป็นโลกที่เล็กจ้อยและบอบบางในจักรวาล” แอนซาริบอกกับนิตยสาร New Scientist มุมมองจากอวกาศทำให้เธอลืมความแตกต่างระหว่างสีผิว เชื้อชาติ และความเชื่อของมนุษย์ แอนซาริเป็นคนมองโลกในแง่ดี เธอคิดว่าความเข้าใจโลกแบบนักท่องอวกาศ จะสามารถมีส่วนช่วยให้มนุษย์ปรองดองกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เมื่อกลับมาถึงผิวโลก แอนซาริจึงเริ่มทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์การท่องอวกาศอย่างแข็งขัน ดูเหมือนเธอจะคิดว่าการมีโอกาสเห็นโลกแบบที่เธอได้เห็น เป็นกุญแจสำคัญสู่ประตูแห่งสันติภาพ ยิ่งมีคนได้เดินทางออกไปมองโลกจากระยะห่างไกลมากเท่าไร สันติภาพจะเคลื่อนเข้ามาในระยะใกล้มนุษยชาติมากขึ้นเท่านั้น ตัดมาจาก เรื่อง ในโลกหลายใบเดียว ปราบดา หยุ่น July 09 นามสกุล 'เฮลล์' เป็นเหตุ เด็กออสซี่อดเข้าโรงเรียนคริสต์เอเอฟพี – คุณพ่อแดนจิงโจ้ยัวะสุดขีด เมื่อโรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่งในนครเมลเบิร์นไม่รับลูกชายเข้าเรียน เหตุเพราะนามสกุล‘เฮลล์’ อเล็กซ์ เฮลล์ คุณพ่อของแม็กซ์ เฮลล์ ผู้พลาดหวังจากการเข้าโรงเรียนประถมเซนต์ปีเตอร์ ในนครเมลเบิร์น ออสเตรเลีย กล่าวอย่างฉุนเฉียวว่า “เราตกเป็นเหยื่อจากชื่อของเรา” “นี่มันปี2007นะ ไม่ใช่ปี1407 เราไม่ได้อยู่ในยุคมืดแล้วนะ” เฮลล์กล่าว หนุ่มใหญ่ออสซี่ซึ่งนามสกุลมีต้นกำเนิดจากภาษาออสเตรียนเล่าว่า ตอนแรกตนยื่นข้อเสนอว่าจะเปลี่ยนนามสกุลของลูกชายเป็นเวมบริดจ์ ซึ่งเป็นนามสกุลเดิมของภรรยา เฮลล์กล่าวว่าไมเคิล แมคกราธ อาจารย์ใหญ่โรงเรียนเซนต์ปีเตอร์พึงพอใจต่อข้อเสนอนี้อย่างยิ่ง แต่แล้วเฮลล์ก็เปลี่ยนใจไม่เปลี่ยนนามสกุลลูกชาย ผลก็คือแม็กซ์ไม่สามารถเข้าศึกษาที่โรงเรียนนี้ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนก็เปลี่ยนใจ แต่เฮลล์กลับกล่าวว่าจะไม่มีวันพาลูกไปลงทะเบียนเรียนที่นั่นอีกแล้ว “ผมพาลูกไปเรียนที่อื่นดีกว่า เราไม่มีปัญหาอะไรกับโรงเรียนรัฐบาลหรอก เราแค่อยากให้แม็กซ์ได้เรียนต่อแค่นั้นเอง” อย่างไรก็ดี ทางโรงเรียนเซนต์ปีเตอร์ออกคำแถลงว่าพร้อมที่จะรับแม็กซ์เข้าเรียน อีกทั้งยังยืนยันว่าเฮลล์เป็นคนเสนอเองว่าจะเปลี่ยนนามสกุลลูกชาย “เรื่องการเปลี่ยนนามสกุลนั้น ผู้ปกครองของเด็กเป็นผู้ริเริ่ม โดยผู้ปกครองเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยเด็กเวลาเปลี่ยนโรงเรียน”โรงเรียนคาทอลิกแห่งนี้กล่าว www.manager.co.th July 05 Everything...Goneของขวัญที่ดีที่สุด คือ อิสรภาพของชีวิต
ช่างเป็นของขวัญวันเกิดที่วิเศษเหลือเกิน |
|
|